[DHWA] Succeed! [Toy Story] ♥♥ Happy Aniversary!
posted on 18 Dec 2011 23:25 by aniya-siteTitle : Toy story
Pairing : Dino x Hibari feat. Little Reborn x Little Fon
Rate : PG-13
Genre : Romance,Kid,Cute(?)
Note/Warning : Yaoi=Boy x Boy ; บทความนี้เป็นไปตามจินตนาการของผู้แต่ง เท่านั้น
-^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^-
Song Feathering : Puff The Magic Dragon
-^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^-
ในความเงียบสงัดยามค่ำคืน แสงจันทร์สีเหลืองนวลสาดส่องผ่านบานหน้าต่างช่องเล็ก กระทบกับใบหน้าที่เบิกตาโพลงอยู่ในความมืด ใบหน้านั้นเป็นสีเหลืองอ่อน ดวงตาไร้แววสีดำ แต้มด้วยสีขาวตรงกลางของมัน จมูกปลายแหลมยื่นออกมาและริมฝีปากแดงเป็นเส้นโค้งไปเกือบถึงหูที่ไร้ส่วนเว้าใดใด ร่างของมันอ่อนปวกเปียกอยู่บนโต๊ะไม้ที่แน่นขนัดไปด้วยสิ่งของต่างๆ ข้อเข่าหักเบี้ยวผิดลักษณะ เช่นเดียวกับแขนซ้ายที่ไขว้ไปด้านหลัง
ใช่แล้ว…มันคือ หุ่นกระบอก
ติ๊งงงงงง… ติ๊งงงงงงง…
เสียงนาฬิกาลูกตุ้มเรือนเก่าที่มุมห้องพลันลั่นเสียงกังวานใส บอกเวลาเที่ยงคืนตรง
เจ้าตุ๊กตาบิดคอที่เอียงกระเท่เร่ของมันขึ้น ขยับข้อมือกลับมา และยืดขาไม้ทั้งสองข้างออกไป ดวงตาไม้สีดำของมันกระพริบปริบๆขณะมองไปรอบกาย แว่วเสียงกระทบกันของไม้และพลาสติค แสงจันทร์ส่องพาดผ่านมาให้มองเห็นรถไฟไม้ที่อยู่บนชั้นวางของค่อยๆบิดล้อหมุนไปมา ก่อนจะขยับพาตัวเองไถลลื่นไปตามราง กล่องสี่เหลี่ยมลวดลายงดงามกล่องหนึ่งที่วางอยู่ไม่ห่างออกไปนักกระเด้งเปิดออก ให้เห็นตัวตลกที่มีร่างกายเป็นสปริงกระดอนออกมายืดแขนใต้ผ้าร่มสีแดงสลับเขียวไปมา เหล่าของเล่นหลากชิ้นพากันขยับตัว ส่งเสียงเอะอะเอ็ดตะโร พูดคุยกันสนุกสนาน เจ้าหุ่นกระบอกพยุงตัวขึ้นยืน และปัดฝุ่นที่ติดอยู่บนแขนให้หลุดออก
“เฮ้ๆ! เจ้าหนู ระวังหน่อยๆ!” เสียงของชายหนุ่มตะโกนมาจากใต้โต๊ะ ทหารกระป๋องสะบัดหัวกลมๆที่สวมหมวกทรงสูงไปมา ไล่ฝุ่นที่ตกลงมาบนมันออกไป
“นายนี้ยังดีนะ เจ้าทหารกระป๋อง” โนวแมน ที่อยู่สโนวบอลลูกกลมรำพึงขึ้นเบาๆ “นายมีแต่ฝุ่น แต่ฉันมีหิมะถมเต็มท้อง ขยับไปไหนไม่ได้เลย” พูดไปก็โบกแขนกิ่งไม้ปัดหิมะบนหมวกกำมะหยี่สีดำของมันออก
“ดูท่าจะต้องกระโดดไปนอนในถังซ่อมเสียแล้วสิ” หุ่นยนต์พลาสติกโอดครวญ และก็ตามด้วยเสียงสนับสนุนของของเล่นหลายชิ้น ที่ต่างก็ถูกเด็กๆที่เข้ามาดู เล่นอย่างไม่ระมัดระวัง หน่ำซ้ำยังเก็บพวกเขาไม่เป็นที่อีกต่างหาก
ร้านขายของเล่น Mr.Oliver ในเวลาเที่ยงคืน ไร้วี่แววของเจ้าของที่กำลังหลับสบายอยู่บนชั้นสองของตึกแถว มีเพียงของเล่นที่พากันฟื้นคืนชีพมาพูดคุยกันเช่นเดียวกับในทุกคืน ในสายตาของคนภายนอกพวกเขาอาจเป็นเพียงของเล่นที่ไร้ชีวิต แต่สำหรับสองสามีภรรยาที่มี ‘ความสามารถเล็กน้อย’ ในการสร้างของเล่น ทั้งตุ๊กตา และเลโก้ไม้ทุกชิ้น ไม่เว้นแม้แต่สิ่งอื่นกลับมีชีวิตขึ้นมาได้
ชีวิตประจำวันของของเล่นทุกชิ้น คือการรอคอยที่จะถูกซื้อไปโดยเด็กๆที่เข้ามาเที่ยวชมในร้านของเล่นแห่งนี้ บางตัวอาจถูกหยิบเล่นบ่อยครั้ง จนต้องไปนอนรออยู่ในกล่อง ‘ของเล่นรอซ่อม’ ที่มุมห้อง หรือบางตัวที่ถูกซื้อไปแล้ว บางทีก็กลับมาให้เจ้าของร้านซ่อมให้เช่นกัน
วันนี้มีกลุ่มเด็กๆที่มาจากต่างจังหวัดเข้ามาในร้าน กลุ่มใหญ่ ทั้งหยิบโน่นจับนี่ และวางไม่เป็นที่ไปทั่ว ก่อนจะจากไปโดยซื้อของเล่นบางชิ้นกลับไปด้วย เจ้าหนูไขลานสีเทาตัวหนึ่งถูกซื้อไปในราคา สี่พันเยน กับรถถังคันจิ๋วอีกสองคันในราคาไม่ต่างกันเท่าใดนัก คุณเบียคุรัน กับมุคุโร่ ผู้เป็นเจ้าของร้านท่าทางชื่นมื่นยินดี ขณะที่ทยอยบรรจุของเล่นลงกล่องให้กับเด็กๆอย่างดี
“เดี๋ยวๆ! พวกเธอ” พวกลูกแก้วที่อยู่ในขวดโหลส่งเสียงประท้วงออกมา เมื่อบรรดาของเล่นส่วนใหญ่ตั้งท่าจะกระโดดไปอยู่ในกล่องรอซ่อมกันหมด เพื่อจะได้ไม่มีเด็กคนไหนมาหยิบจับเล่นๆอีก “เธอไม่สงสารหนูเคียวยะบ้างเรอะ!? ลงไปนอนในกล่องกันหมด เด็กคนนั้นก็ต้องซ่อมพวกเธอทุกตัวพอดี”
ได้ยินดังนั้น เหล่าของเล่นก็พากันถอนหายใจ ก่อนจะพาตัวเองกลับเข้าที่เช่นเดิม
สองสามี-ภรรยาเจ้าของร้าน ผู้เป็นผู้สร้างพวกเขาขึ้นมา มีลูกชายสองคนผู้สืบทอดกิจการของร้าน ฮิบาริ เคียวยะ กับ ฟง สองพี่น้องหน้าตาน่ารัก อีกทั้งยังเป็นเด็กดี พวกของเล่นอาวุโสในร้านเองก็เอ็นดูเด็กทั้งสองคนมากทีเดียว
ขณะที่ของเล่นหลายตัวช่วยกันซ่อมแซมตัวเองอยู่นั้น นกไม้สีแดงบนเพดานห้องก็เริ่มพูดเรื่องที่กลายเป็นหัวข้อของของเล่นทั้งร้าน
“นี่! พวกเธอว่าวันนี้หนูเคียวยะแปลกๆไหม?” นกน้อยเอ่ย ขยับหางที่ทำจากขนนกสีแดงไปมา “ท่าทางหงุดหงิดพิกล..”
“นั่นสินะ.. หนูเคียวยะคงจะโกรธใครมาน่าดู ตอนซ่อมฉันถึงได้ไขน็อตให้เสียแน่นจนอึดอัดแทบตายอยู่แล้ว” หัวรถจักรบ่นเบาๆ ปล่อยให้ตัวตลกปลดตะขอพ่วงรถที่แน่นเอียดให้คลายออกให้ “สงสัยจริงว่าใครกันที่ทำให้โมโหเสียขนาดนั้น”
“ฉันรู้ ฉันรู้!” ตุ๊กตาสีขาวบนเคาทเตอร์เก็บเงินเอ่ย มันไม่ใช่ของเล่นที่เอาไว้ขายในร้าน สมัยที่ฮิบาริเป็นเด็ก มันเป็นของเขา และตอนนี้มันกลายเป็นของฟงแทนแล้ว เด็กน้อยพก ‘เท็ดดี้’ ไปไหนมาไหนด้วยเสมอ แม้ว่าจะอยู่ถึงชั้น ป.6 แล้วก็ตาม
เหล่าของเล่นรีบขยับเข้าใกล้เคาทเตอร์มากขึ้น รอฟังเรื่องที่หมีเท็ดดี้กำลังจะเล่า เจ้าหมีอ้าปากกว้าง เริ่มต้นเล่าเรื่องที่ผ่านมาทั้งวันของสองพี่น้อง
“เรื่องมันมีอยู่ว่า…
-^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^-
ไปไหน… หายไปไหนของมันนะ ไอ้เด็กตัวแสบ
ชายหนุ่มชาวอิตาลีขมวดคิ้ว เดินเข้าไปในสวนสาธารณะใจกลางกรุงโตเกียว ในเมืองนามิโมริ เขามี รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว และหน้าตาหล่อเหลาจนเป็นที่จับตามองของหญิงสาวหลายคนที่เข้ามาออกกำลังกายในสวน ทว่าในเวลานี้ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขากำลังสนใจ ในเมื่อเขาหาสิ่งสำคัญที่สุดไม่เจอ
หายไปไหน… ไปไหน.. ไปไหน… อย่าให้จับได้นะเว้ยยยย!!!!
ชายหนุ่มกรีดร้องอยู่ในหัว สอดส่ายสายตามองหาเด็กชายวัย 12 ที่หายไปจากรถมาเซอราติสีน้ำเงินวาวของเขาเมื่อราวครึ่งชั่วโมงก่อน พลางนึกถึงวิธีประหารชีวิตของคุณอา ลอเรนซ์ คนสวยสาเหตุมาจาก ที่เขาทำลูกชายของหล่อนหล่นหายไปในเวลานี้
ถูกต้อง.. ดีโน่ คาวัลโรเน่ ชายหนุ่มอายุ 22 ปี ว่าที่บอสรุ่นที่สิบของ แก็งซ์มาเฟียร์อิตาลี คาวัลโรเน่ กลับกลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝึกหัด ซึ่งได้รับงานที่ไม่หมูเลย สำหรับมือใหม่อย่างเขา
รีบอร์น เชเนอร์ ลูกชายคนเดียวของคุณอาสาว ญาติทางฝ่ายแม่ของดีโน่ เป็นเด็กตัวแสบนิสัยเสีย ที่ถูกส่งมาอยู่กับเขาในช่วงซัมเมอร์ส โรงเรียนที่อิตาลีปิดเทอมแล้ว เจ้าเด็กตัวร้ายถึงได้ออดอ้อนแม่ ขอมาเที่ยวญี่ปุ่นกับเขาที่ต้องมาทำงานที่นี่ด้วย หลังจากที่เขาสั่งให้เด็กนั่นนั่งนิ่งๆอยู่ในรถ แล้วลงไปซื้อโคล่าจากร้านคอนวีเนี่ยนที่หัวมุมถนน กลับมาอีกที หมอนั่นก็ชิ่งหายไป ไร้ร่องรอยทันที
“ไปเร็ว! เดี๋ยวจะเย็นกว่านี้!”
เด็กหญิงวัยราวๆเดียวกับลูกพี่ลูกน้องของเขา 3-4 คน วิ่งผ่านเขาไปตามทางเท้า ท่าทางเร่งรีบ ดีโน่กวาดตาไปทั่ว มองเห็นเด็กอีกหลายคนกำลังวิ่งไปในทิศทางเดียวกันจากเส้นทางอื่น ชายหนุ่มเอียงคอด้วยความสงสัย ตัดสินใจเดินตามไปด้วยหวังว่า เจ้าเด็กตัวแสบที่เขากำลังตามหา คงจะไปที่เดียวกันกับเด็กพวกนี้
เส้นทางเดินไม่คดเคี้ยวมากนัก และบรรยากาศยามบ่ายในฤดูใบไม้ร่วงก็ชวนให้ดีโน่รู้สึกสบาย ชายหนุ่มเดินทอดน่องตามเด็กหญิงไปเรื่อยๆ แว่วเสียงร้องเพลง ลอยมาตามสายลม กระทั่งมาถึงบริเวณลานสนามเด็กเล่น
มันเป็นเกาะขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่น กระดานหก สไลเดอร์ ชิงช้า และอีกหลายอย่างตามที่เห็นได้ในสนามทั่วไป ล้อมรอบด้วยร่องน้ำตื้นกว้าง ที่พาดสะพานโค้งเพื่อเข้าไปถึง ไม่มีวี่แววเด็กคนไหนจะหันไปเล่นเครื่องเล่นพวกนั้น เด็กๆนั่งล้อมวงรอบ ม้านั่งที่มุมหนึ่งของลานกว้าง
ดีโน่ยืนอยู่ใต้ต้นเมเปิ้ลที่มีใบสีแดงบานสะพรั่ง เขาได้ยินเสียงใครบางคนกำลังร้องเพลง.. เพลงที่คุ้นหู แต่ราวกับว่าเขาไม่ได้ยินมันมานานแสนนาน
“♪.. Puff the Magic Dragon… lived by the sea… ♪”
เสียงของคนร้อง หวาน กังวานใส ราวกับระฆังโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ คลอไปกับสายลมอุ่นๆยามบ่ายที่พัดเอากลิ่นหอมของต้นหญ้าอวลอยู่ในอากาศ “ and frolicked in the autumn mist in a land called Honalee…♫”
เจ้ามังกรวิเศษชื่อพัฟฟ์ … อาศัยอยู่ในท้องทะเล
และมันเล่นสนุกท่ามกลางสายหมอกในฤดูใบไม้ร่วง ในอาณาจักรชื่อว่า โฮนาลี
ดวงตาสีน้ำผึ้งมองออกไปยังใครสักคนที่อยู่บนม้านั่ง มองเห็นเด็กสาวคนหนึ่ง
ใบหน้ารูปไข่ และดวงตาเรียวที่คมคาย นัยย์ตาคู่งามมีสีนิลสะท้อนเงาราวกับลูกแก้ว ชายหนุ่มต้องนิ่งมองดังต้องมนต์สะกด จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าขาวเหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่น ปอยผมดำขลับที่ซอยสั้นพลิ้วไหว ยามที่ริมฝีปากแดงระเรื่อขยับร้องท่วงทำนองด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน
สวยจัง...
“..Little Jackie Paper♪” เสียงหวานหยุดกึก ก่อนจะร้องต่อด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “ loved that rascal Puff…”
“ and brought him strings ….and sealing wax …and other fancy stuff…♫”
หนูน้อย แจคกี้ เพเปอร์... รักเจ้ามังกรพัฟฟ์
และนำเชือกมาผูกมันเอาไว้ พร้อมๆกับของรัก...
ดีโน่มองดูเด็กๆร้องเพลงคลอไปด้วย ปรบมือไปด้วย ล้อมรอบเด็กสาว ซึ่งเชิดหุ่นมือรูปมังกรสีเขียวหน้าตาน่ารัก กับเด็กผู้ชายสีแดงที่มีกระเต็มสองแก้ม ทำท่าทางตอบโต้กันไปมา
ชายหนุ่มเห็นเด็กชายผมสีดำ หน้าตาลูกครึ่งอิตาลีนั่งรวมกลุ่มอยู่ในนั้นด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นกังวลแทบตาย ดีโน่กลับลืมมันเสียหมดสิ้น
-^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^-
ดวงตะวันตกคล้อยหลังไป เกือบลาลับขอบฟ้าแล้ว เด็กๆพากันแยกย้ายกลับบ้าน โดยไม่ลืมบอกลาพี่ชายใจดี ผู้มักจะมาเล่านิทาน และร้องเพลงให้ฟังเสมอ เหลือเพียงเด็กหนุ่ม กับเด็กอีกสองคนเท่านั้น
ฮิบาริ เคียวยะ มองดูเด็กทั้งสองคน พลางอมยิ้มน้อยๆ คนหนึ่งนั้น เขารู้จักดี เพราะนอกจากจะหน้าตาเหมือนกับเขาอย่างกับแกะ (เว้นแต่หางเปียที่ถักจากหางเต่าข้างหลังนั้น)แล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็คือ พี่น้องกันนั่นเอง แต่ที่เขากำลังแปลกใจ ก็คือเด็กผู้ชายลูกครึ่งวัยเดียวกันอีกคนที่ยืนเยื้องไปจากน้องชายเขาอยู่ข้างหลัง ที่ฮิบาริไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งสีหน้า ท่าทางโตกว่าวัย จอนม้วนๆที่ข้างหูเป็นจุดเด่น หน่ำซ้ำยังจ้องมาทางน้องชายของเขาไม่วางตานั้น ทำเอาเขาแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่
“นี่! เธอไม่กลับบ้านหรือ?” ฮิบาริถามกลั้วหัวเราะ ฟงซึ่งเพิ่งสังเกตเห็นหันไปมองเขาอย่างสงสัย แสดงว่าเด็กชายคงไม่ได้เข้ามาทำความรู้จัก เพียงแค่มองอยู่ห่างๆเท่านั้นละมั้ง?
เด็กคนนั้นส่ายหัว “ผมแค่แวะมาดูนิดหน่อยน่ะ”
คำพูดเกินตัวจากปากของเด็กที่พูดภาษาญี่ปุ่นไม่คล่องทำเอาฟงหลุดหัวเราะ แต่เด็กคนนั้นก็ยังทำสีหน้างุนงง ไม่เข้าใจ กระทั่งมีเสียงนุ่มๆของใครสักคนแทรกเข้ามา
“หนีออกมาดูน่ะสิ!”
ชายหนุ่มชาวต่างชาติผมสีทองอร่าม ยืนกอดอกอยู่บนสะพานที่เป็นทางออกเดียวของสนามเด็กเล่น ใบหน้าหล่อเหลาแบบตะวันตก และดวงตาหนักแน่น ทำให้ฮิบาริเผลอใจเต้นไปวูบหนึ่ง แผ่จิตสังหารออกมาจนสองพี่น้องสะดุ้งเฮือก ทว่าเด็กแปลกหน้าเพียงแค่ยิ้มกรุ่มกริ่ม พลางยักไหล่
“เจ้ารีบอร์น!” คนแปลกหน้าพูด ภาษาญี่ปุ่นของเขาคล่องปร๋อ ผิดกับเด็กชาย เรียกชื่อด้วยน้ำเสียงโกรธที่ฮิบาริแน่ใจว่า ป่ะป๊ากับหม่าม๊าไม่เคยดุพวกเขาแบบนี้มาก่อน
‘รีบอร์น’ หันไปยิ้มเยาะใส่ลูกพี่ลูกน้องที่กำลังปั้นหน้ายักษ์ใส่เขา เลิกคิ้วท้าทาย แถมด้วยการแล่บลิ้นปลิ้นตาล้อเลียนอีกฝ่ายอย่างอวดดี
“ผมนึกว่าพี่ดีโน่จะหาเจอไวกว่านี้ซะอีก ชิ! ไม่น่ากังวลเล้ย” เด็กชายกรอกตา ท่าทางของทั้งคู่ชวนให้ฮิบาริหันไปสบตากับฟงอย่างงุนงง
“ว่าไงนะ!” ดีโน่ แยกเขี้ยวขู่ เหมือนจะได้ยินเสียงคำรามเหมือนสุนัขกำลังขู่ แต่เมื่อชายหนุ่มเหลือบตาขึ้นมาเห็นฮิบาริ เขาก็รีบหลบตา ปรากฏริ้วแดงบนโหนกแก้ม ลามไปถึงใบหู ก่อนที่จะกระแอมเบาๆ และยิ้มเยาะเย้ยศัตรูคู่แค้นตัวน้อย
“หึหึ... ที่แท้ก็หนีออกมาแอบตามดู สาวๆ อยู่นี่เอง โธ่! ไม่ต้องอายไปหรอกน่า ...คนกันเองแท้ๆ เดี๋ยวพี่จะบอกคุณอาให้ ว่าคุณลูกชายของเธอโตพอจะมาหลีสาวสวยแถวสวนสาธารณะได้แล้ว”
ว่าไงนะ!!!!!!!!!!!!
เจ้าของความคิดไม่ใช่เจ้าหนูจอนม้วนนามรีบอร์น หรือฟงซึ่งหน้าซีดลงไปทันตา แต่เป็นของเด็ก ชาย วัย 15 ที่กำลังกำมือแน่น พลางกัดฟันกรอดๆด้วยความโมโหที่ถูกหาว่าเป็น......... เด็กผู้หญิง!!!
“คุณ..พูดว่าอะไรนะ?” ไอเย็นที่จู่ๆก็กระจายออกมาโดยกระทันหัน ทำให้ดีโน่เบิกตา เผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ รีบอร์นเผลอหลีกทางให้ฮิบาริที่เดินกำหมัดเข้ามาตรงหน้าชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะถูกมือเล็กๆของเด็กชายชาวเอเชียร์ดึงให้ไปยืนอยู่อีกมุมหนึ่งข้างๆกัน
..นี่เขาพูดอะไรผิดไปอย่างนั้นเหรอ? ก็แค่บอกว่า.... “เอ่อ...หลี ส-สาวสวยแถวสวนสาธ...--!!”
พลั่ก!!!!!!!-----!!!!!!!!!!!!!!
ฟงรีบยกมือปิดตาน้องหมีในอ้อมกอด แล้วหลับตาตัวเองด้วย ในขณะที่รีบอร์นยืนมองอย่างอึ้งๆ เมื่อกำปั้นเล็กๆลุ่นๆของฮิบาริ เคียวยะ ซัดเข้าที่มุมปากของดีโน่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบประโยค
ดีโน่เซถลาไปด้านหลัง ไม่ทันได้ตั้งหลัก เพราะคิดไม่ถึงว่าจะถูกคนตัวผอมๆ ท่าทางอ่อนแอแบบนี้ต่อยเอาได้ ฮิบาริแยกเขี้ยว หอบหายใจอย่างโกรธจัด ชายหนุ่มชาวต่างชาติเงยหน้ามองเด็กหนุ่มร่างเล็กอย่างตื่นตะลึง โดยยังไม่รู้ตัวว่าทำอะไรผิด ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปากอะไร..ไม่สิ ด้วยความเจ็บปวดจนทำให้ไม่สามารถอ้าปากพูดอะไรได้ ดีโน่จึงได้แต่โอดครวญอยู่ในลำคอ พลางกุมบาดแผลที่ปรากฏรอยช้ำเป็นจ้ำเท่านั้น
ฮิบาริสะบัดหน้าหนี กระทืบเท้าฉับๆออกไปจากสนามเด็กเล็ก “ฟง! กลับ!”
เด็กชายชาวเอเชียจำต้องทำตามอย่างเสียไม่ได้ ทว่าก่อนไป ฟงหันกลับมาเผยรอยยิ้มที่ทำให้รีบอร์นเผลอหน้าแดงขึ้นมาชั่ววูบหนึ่ง “ยินดีที่ได้พบนะ ไปก่อนละ...”
หางเปียกวัดไกวระแผ่นหลังใต้เสื้อยืดสีแดง เด็กน้อยทำท่าเหมือนนึกอะไรได้ ก่อนจะหันมาพูดกับดีโน่ ที่ยังคงตกตะลึงจนพูดไม่ออก แต่สร้างความตื่นตะลึงให้กับทั้งพี่และน้องชาวอิตาลีเป็นอย่างยิ่ง
“อ๊ะ! ขอโทษครับ ผมลืมบอกไป.... จริงๆแล้ว ผมกับพี่เป็น ‘ผู้ชาย’ ฮะ ....ไปก่อนนะครับ”
ผู้ชาย....ผู้ชาย...ผู้ชาย!!!
ขณะที่มองแผ่นหลังของฟงจากไป ดีโน่ก็อ้าปากค้าง สบตากับลูกพี่ลูกน้องที่อึ้งไม่แพ้กัน...
‘บ้าน่ะ! นั่น...ผู้ชายเรอะ?!....
ไม่นะ!!! โดนเกลียดซะแล้ว ถ้าเจอกันคราวหน้า จะทำยังไงดีละ!!!’ ดีโน่นึกในใจ ลืมเรื่องความเจ็บที่ริมฝีปากไปเสียสนิท โดยลืมนึกไปว่า ...ความจริง พวกเขาอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วก็ได้
-^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^-
ผู้ชาย!
แกร่ก!!!
ผู้ชาย!
แกร่ก!!!
ผู้ชาย!
แกร่ก!!!
ฉันเป็นผู้ชายว้อยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!! // แกร่กกกกกกกกกกก!!!!!!!
ฟงลากเส้นวาดโครงหน้ารูปเจ้าลิงหลี่ฉี ที่นั่งเป็นแบบให้อยู่ พลางเหลือบดวงตาคู่ที่เหมือนกับอีกคน ไปมองพี่ชายซึ่งกำลังหน้าดำหน้าแดง ไขน็อตรถไฟพลาสติกอย่างแรงจนดังแกร่กๆ หัวรถจักรตัวน้อยหน้าซีดบ้าง เขียวบ้างจนน่าขำ แต่คงขำไม่ออกเมื่อเงยหน้ามองคนไข
ท่าทางจะโมโหจริงๆแหะ....
ฟงไม่รู้ว่าทำไมพี่ชายต้องโมโหเสียขนาดนั้นด้วย ทั้งที่ปกติ พอได้ต่อยหน้าคนที่มาหาว่าเป็นผู้หญิงแล้ว ฮิบาริจะหายโมโหโดยสิ้นเชิง อย่างกับได้ปลดปล่อย ทว่าวันนี้ ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะโกรธไม่หาย... ‘รึจะมีประจำเดือนกันนะ?’
“เป็นไปได้เหมือนกันนะ หนูฟง..” ราวกับรู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เท็ดดี้ที่มักจะเงียบเสมอเมื่ออยู่นอกร้านเอ่ยขึ้นเบาๆ ไม่ให้พี่ใหญ่ของร้านได้ยินเข้า
ฟงหัวเราะ “ฮ่าๆๆ เป็นไปไม่ได้หรอกครับ” เด็กชายกล่าว มองดูพี่ชายของตน เดินกระฟัดกระเฟียดไปยังหน้าประตูร้านด้วยสายตาโหดเหี้ยม
ฮิบาริเบ้ปากน้อยๆ เมื่อเห็นรถลีมูซีนสีดำคันหรู จอดอยู่อีกฟากของถนน กระจกรถติดฟิล์มหนาจนดำสนิท แต่อีกฝ่ายเลื่อนลงมา จนเห็นหัวทองๆที่ชะโงกหน้าออกมาดูชัดเจน... ‘ไอ้บ้า’ เด็กชายคิด
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวเช่นกัน พอเห็นหน้าเขาก็โบกมือ พลางยิ้มให้อย่างร่าเริง ไม่รู้เลยว่าไอ้ท่าทางแบบนั้นนั่นแหละที่ทำให้เขาโมโหกว่าเดิมอีก...
“ไม่ชวนเขาเข้ามาเหรอฮะ?” ฟงที่เดินมาตอนไหนไม่รู้เอ่ยเบาๆ น้ำเสียงปรากฏอารามขบขันร่วมด้วย เท็ดดี้โคลงหัวไปมาในอ้อมกอดของเด็กน้อย ฮิบาริถอนหายใจเบาๆ
“ถ้าอยากก็ไปชวนเองสิ” พูดจบก็สาวเท้ากลับไปหลังร้าน ทำหน้าบึ้งหยิบหุ่นยนต์ตัวน้อยที่ตัวสั่นหงึกหงัก ขึ้นมาจากลังซ่อม
“หนูเคียวยะ...” เจ้าหุ่นยนต์ว่า “เอ่อ...ใจเย็นๆก่อนมั้ย?”
ฮิบาริย่นหน้าเล็กน้อยแต่ยอมตอบไปแต่โดยดี “เย็นอยู่ครับ.. ขอโทษที ผมไม่ทำให้คุณเจ็บหรอก”
ร่างบางพลิกตัวหุ่นยนต์ผู้ที่ซวยที่สุดในชีวิตดู ก่อนจะเริ่มแกะฝาถ่านอัลคาไลล์ด้านหลังออกมา ลงมือซ่อมกลไลด้านใน
..
..
“โอ้โห! นี่บ้านของฟงคุงเป็นร้านของเล่นเหรอเนี่ย!! น่าสนุกดีจังเลยนะ!”
ยี่สิบนาทีต่อมา ชายต่างชาติหัวทองก็เข้ามาปรากฏกายอยู่ในร้านขายของเล่น Mr.Oliver ทันที ของเล่นทุกชิ้นเงียบกริบ ฟงที่ยืนอยู่ด้านหลังจูงมือ ‘รีบอร์น’ ที่กลายเป็นเพื่อนไปแล้วเข้ามา
ฮิบาริทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น นั่งเงียบต่อไป แม้ว่า ในมือจะกำแผงวงจรไฟฟ้าเอาไว้แน่น จนเกือบจะแตกแล้วก็ตาม
“ใช่ฮะ” ฟงตอบ แล้วหันมาบอกรีบอร์น “ลองเลือกของเล่นดูสักชิ้นสิ”
เด็กชายชาวอิตาลีชี้นิ้วกลับไปที่ตัวเอง ในขณะที่ฟงพยักหน้า แล้วเดินจูงมือ พาดูไปรอบๆร้าน ปล่อยให้ ดีโน่เดินดูด้วยตัวเอง
ฮิบาริเหลือบตามอง ชายชาวต่างชาติ ชายหนุ่มสาวเท้ายาวๆไปรอบๆร้าน ดวงตาจับจ้องที่ของเล่นแต่ละชิ้น เป็นประกาย บางคราวก็หยิบขึ้นมาดูอย่างทะนุถนอม ราวกับเป็นของล้ำค่า พอลองเล่นดูแล้วก็หัวเราะ เหมือนเด็ก ต่างจากเด็กจริงๆซึ่งบางครั้งกลับเล่นอย่างไม่รู้จักคุณค่า ฮิบาริดูเงียบๆ ก่อนจะถอนหายใจ ลุกจากที่นั่งออกไป
“นั่นเรียกว่า หุ่นกระบอก” ดีโน่ที่กำลังถือไม้เชิดหุ่นเขย่าไปเขย่ามา หันมามองตามเสียงโมโนโทนกับสายตาที่ว่างเปล่าของอีกฝ่าย เห็นได้ชัดว่าคนตรงหน้าแม้จะยอมโอนอ่อนให้ แต่ก็ไมได้ยิ้มแย้มให้เหมือนคนอื่นแล้ว ชายหนุ่มยิ้มแหยๆ พลางเกาหัวเบาๆ
“เอ้อ...งั้นเหรอ”
ความเงียบเข้าครอบคลุมพื้นที่ระหว่างทั้งสองคนทันที ฮิบาริ เดินเข้าไปช้าๆ แล้วหยิบไม้เชิดมาไว้ในมือ เขาเริ่มขยับให้ตุ๊กตาด้านล่างค้อมตัวลงคำนับน้อยๆ แล้วโบกมือให้ดีโน่ ที่หน้าตาตื่นอย่างตื่นเต้น ฮิบาริยักไหล่เบาๆ เขาเป็นลูกชายเจ้าของร้าน แถมยังเป็นคนทำบางชิ้นขึ้นมากับมือ แน่นอนว่าอย่างไรก็ต้องรู้วิธีเล่นทุกตัวอยู่แล้ว
เจ้าหุ่นกระบอก ขยับตัวไปรอบๆ กระโดดบ้าง วิ่งบ้าง ฮิบาริอมยิ้มขณะมองอีกฝ่ายทำจ้องตาเป็นมัน พอเขาทำท่าให้มันเต้น อีกฝ่ายก็ร้อง ‘ว้าว’ ออกมาเบาๆ
“นายเล่นเก่งจัง” ดีโน่ชมออกมาจากใจ เขาเคยดูหุ่นกระบอกในบ้านเกิดบางครั้ง แต่ก็ไม่มากนัก พอได้มาเห็นใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่ามันน่าสนุกที่สุด
ฮิบาริส่งไม้คืนให้ดีโน่ “ฉันเป็นคนทำ ก็ต้องเล่นเป็นอยู่แล้ว” พูดแล้วก็เหลือบตาขึ้นไปเห็นดีโน่ที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“นี่ๆ! สอนฉันหน่อยสิ” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างร่าเริง พลางฉีกยิ้มกว้าง จนตาหยี เลยมองไม่เห็นว่า ร่างบางของฝ่ายตรงข้ามกำลังเสหน้ามองไปทางอื่น แก้มนวลขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู ฮิบาริอ้าปากพะงาบๆ แต่ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาเลย
‘เจ้าบ้านี่! จะยื่นหน้าเข้ามาทำไมเล่า!’ เด็กชายคิดในใจ ‘แล้วทำไมเราต้องไปใจเต้นให้คนพรรคนี้ด้วยนะ ท่าทางเหมือนม้า เซ่อซ่า แถมยังทำหน้าโง่ๆอีกต่างหาก’
“ยะ...เคียวยะ?” เสียงเรียกดีโน่ ทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์ ฮิบาริแยกเขี้ยวใส่คนตัวสูงกว่า
“นายรู้ชื่อฉันได้ไง? แล้วใครบอกให้เรียกชื่อจริงไม่ทราบ!” ดีโน่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้าง
“ฟงคุงบอกให้ฉันเรียกแบบนี้นี่นา เขาบอกว่านายชอบให้เรียกแบบนี้ ไม่ใช่เหรอ?” แล้วก็ทำหน้าโง่อีกครั้ง ฮิบาริเม้มปากแน่น... ฟง.. หน้าตาเรียบร้อยแบบนั้น กลับร้ายใช่เล่น แต่ใครที่เพิ่งรู้จักกันแล้วให้เรียกชื่อซะสนิทสนมขนาดนั้นละ! เจ้าน้องบ้า... จะขย้ำให้ตายมันทั้งน้องทั้งไอ้ม้าโง่นี่เลย!!!
ร่างบางถอนหายใจ ใส่หน้าซื่อๆของดีโน่
“พี่ฮะ!” เสียงแจ๋วๆดังมาจากทางด้านบันได ฟงลากรีบอร์นที่ถือลังไม้รวมเล่นส่วนตัวของเด็กน้อยไปเดินตามมา “ให้ผมพา รีบอร์น ไปดูห้องใต้หลังคาได้มั้ย?”
ฮิบาริมุ่นคิ้วเล็กน้อย
“เอ๋? ห้องใต้หลังคาหรือ?” ดีโน่ส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้น “เคียวยะ.. ฉันอยากไปดูบ้างได้ไหม?”
เรื่องอะไรวะเนี่ย?!!!
..
และในเวลา 5 นาทีให้หลัง
ฮิบาริก็ต้องนำชาเอิร์ลเกรย์ในตู้ห้องครัวมาเสิร์ฟให้กับคนสี่คนในห้องใต้หลังคาขนาดเล็ก
เด็กสองคน กับเด็กโข่งอีกหนึ่งคน กำลังนั่งเล่นอยู่ใน ‘รังหลบภัย’ ของสองพี่น้อง ที่จัดเป็นฟูกที่นอน กับม่านบางๆ ภายในมีตะเกียงเล็กๆ ส่องแสงยามกลางคืน ทดแทนแสงอาทิตย์ที่เวลานี้ ลาลับไปเกือบสุดปลายขอบฟ้า
ฮิบาริคลานเข้าไปเบียดด้วยอีกคน และทันทีที่เขาวางถาดชาลง รีบอร์นก็ยัดหนังสือนิทานเล่มบางมาให้ในมือ พร้อมฉีกยิ้มกว้าง เด็กน้อยสองคนประสานเสียงพร้อมกันดังๆว่า
“พี่ชาย เล่านิทานให้ฟังหน่อยนะฮะ!”
ดีโน่ยิ้มบางๆ เมื่อเขาหันไปมองขอความเห็น ฮิบาริ พยักหน้าเบาๆ แล้วนั่งลงอีกฟาก ฟงคลานขึ้นมานั่งบนตัก ในขณะที่รีบอร์นขยับตัวมานั่งข้างๆ แล้วชะโงกหน้าเข้ามาหาเขา ทันทีที่เด็กโข่งพยายามจะเนียนตามมาด้วย ฮิบาริก็เขม่นสายตากลับไป ดีโน่จึงได้แต่นั่งงุ่นง่านอยู่ด้านนั้น
“เอ่อ... กาลครั้งหนึ่ง...”
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...
-^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^-
ฟงกับรีบอร์นหลับไปแล้ว ฮิบาริวางหนังสือนิทานลง แล้วลูบหัวเด็กชายเบาๆ เขาอุ้มร่างเล็กๆของน้องชายวางบนหมอน ข้างๆรีบอร์น ดีโน่ยิ้มน้อยๆ
“ท่าทางจะรักน้องมากเลยนะ ..นายน่ะ” เขาว่า ขนาดตัวเขาเองยังรักเจ้าตัวแสบนั่นไม่ได้ถึงครึ่ง ฮิบาริขยับกลับมานั่งข้างๆกัน ยักไหล่เล็กน้อย
“เรามีแค่สองคน..” แถมหน้าตาเหมือนกันขนาดนี้
“แล้ว...” ชายชาวต่างชาติเริ่มเรื่อง ดีโน่ทำตากลับกลอกไปมา เสมองไปทางอื่นแล้วลองเอ่ยเลียบๆเคียงๆ “ไม่อยากมีเพิ่มอีกสักสองคนหรือ?”
คนฟังหันหน้าขวับมามองทันที ฮิบาริเอียงคอมองอย่างสงสัยใคร่รู้... จริงอยู่ว่า ดีโน่เป็นคนดี เขามั่นใจแบบนั้น ถึงได้ยอมให้ขึ้นมาถึงที่นี่ แต่ว่า การที่เพิ่งรู้จักกันแค่วันเดียวเท่านั้น แล้วจู่ๆก็พูดมาถึงขั้นนี้ มันออกจะดูไม่น่าเชื่อถือไปหน่อย
เสียงหวานกระซิบเบาๆ
“ผมไม่เชื่อเรื่องรักแรกพ...” อุ๊บ!
อื้ออออ..!
แขนขาวที่ลอดออกมาจากใต้แขนเสื้อพยายามผลักไสอีกฝ่ายที่โน้มตัวลงมาและจุมพิตอย่างนุ่มนวลที่ริมฝีปากนุ่ม เพียงแค่จูบเบาๆเท่านั้น
ดีโน่ถอนริมฝีปากออก พลางยิ้มอ่อนโยน มือแกร่งปัดปอยผมที่ร่วงหล่นลงมาบดบังดวงตาของเขา ฮิบาริสะบัดสายตาลงมองที่สองมือของตนทันที
“แต่ฉันเชื่อ”
..
..
ฮิบารินอนพิงหน้าต่าง เปิดออกให้ลมสะบักพลิ้วเข้ามาในห้องเบาๆ คนอีกสามคนกำลังนอนหลับอยู่ด้านในทิ้งให้เขาคิดไตร่ตรองบางอย่างเพียงลำพัง
“พี่” ร่างบางหันไปมองตามด้านหลัง ฟงคลานออกมาจากม่าน ขยี้ตาเบาๆ “นอนไม่หลับหรือ?”
ฮิบาริถอนหายใจ “เปล่า”
ฟงนั่งลงข้างๆเขา เอาหัวทุยๆนั่นซุกเข้ามาในอ้อมแขน พอเหล่ตามองพี่ชายตัวเอง เขาก็มองเห็น..พี่ชายที่กำลังคิดไม่ตก ทันใดเสียงหัวเราะก็หลุดออกมาจากปากเขาเบาๆโดยไม่ได้ตั้งตัว
“นี่! พี่ชอบเขาหรือเปล่า?” เด็กชายถาม ฮิบาริมุ่นคิ้วน้อยๆแต่ไม่ยอมตอบ “ดีโน่ซังเป็นคนดีนะฮะ...”
คราวนี้อีกฝ่ายยิ้มให้เขา แล้วลูบหัว “รู้แล้ว พี่รู้”
ไม่พอ...ยังไม่พอแฮะ
“พี่ทั้งยอมคุยกับเขาดีๆด้วย... สอนเล่นหุ่นกระบอก ยอมให้เรียกชื่อ...แถมยังพาขึ้นมาที่ห้องใต้หลังคาด้วยนี่ฮะ” เสียงหวานเอ่ย ก่อนจะเอ่ยคำสุดท้ายออกมาเบาๆ “แล้วก็ยอมให้ดีโน่ซังจูบด้วย”
ฮิบาริ เคียวยะเม้มปากแน่น “เห็นเหรอ..”
ริ้วแดงๆบนแก้มลามไปถึงใบหู ฟงหัวเราะ “ฮ่าๆ.. ผมฉลาดนะ”
ความเงียบเคลื่อนเวลาไปสักพัก ฟงจึงเริ่มเอ่ยปากถามอีกครั้ง “งั้นพี่จะตอบว่าไงฮะ?” เสียงหวานที่อ่อนกว่าเล็กน้อยถาม “พี่ชอบเขาหรือเปล่า?”
คนฟังเงียบไปเล็กน้อย ก่อนที่ในที่สุดจะยอมพยักหน้า “อือ...”
-^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^----^-
..
..
ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก
เข็มนาฬิกาบอกเวลาตีสองตรง...
ประตูหน้าร้าน ส่งเสียงไขกุญแจเบาๆ และในที่สุด บานประตูติดกระดิ่งก็ส่งเสียง บ่งบอกถึงผู้มาเยือนในยามดึก ร่างผอมบางในโค้ตสีน้ำเงินเข้ม ก้าวเข้ามาในตัวร้านโดยไม่ได้เปิดไฟ
“ผมจะขึ้นไปดูลูกนะครับ” พ่อสัปปะรดเอ่ย เดินนวดนาดไปยังบันได ทิ้งให้สามีปิดประตูหน้าร้าน
“จ้า”
โรคุโด มุคุโร่ สาวเท้าขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของเด็กๆ แต่ทั้งสองห้องกลับว่างเปล่า มุคุโร่ถอนใจ แล้วเปลี่ยนเส้นทางเป็นชั้นบนสุด ไปยังห้องใต้หลังคาแทน
มือขาวเนียนแง้มบานประตูเปิดออกเบาๆ พอให้เห็นแสงตะเกียงสลัวโผล่ผ่านม่านสีขาวบางๆลอดมา มุคุโร่รีบยกมือปิดปากก่อนที่เขาจะส่งเสียงอะไรออกมาแสดงความประหลาดใจ
เด็กๆลูกของเขา...กับเด็กแปลกหน้าอีกสองคน กำลังหลับสบายอยู่ภายใน ฮิบาริเอนซุกอกของเด็กชายชาวต่างชาติผมทอง ที่หน้าตาคุ้นเคยว่า พวกเขาเคยได้รับการแนะนำจากเพื่อนผู้สุดหูรูดของเขาให้ขยายกิจการไปในอิตาลี
มุคุโร่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู อมยิ้มน้อยๆ เมื่อรู้สึกถึงแขนแกร่งที่โอบรอบเอวบาง เสียงนุ่มนวลขี้เล่นของกล้วยไม้หนุ่มก็เอ่ยขึ้น
“มีอะไรเหรอจ้ะที่รัก...” เบียคุรันเอ่ยเบาๆ แต่พอได้เห็นภาพตรงหน้าก็ยิ้มร่าเริงออกมาไม่ต่างกัน
“คึหึหึ...” มุคุโร่ยกมือปิดปากหัวเราะ
“ดูเหมือนโลกจะกลมกว่าที่คิดอีกนะครับเนี่ย..”
...................................................
...................................................
END
ในที่สุดก็แต่งจบแล้วละคร้าบบบบบ..>w< หายไปนานมาก ขอโทษนะทุกคนที่ไม่ได้ตามคอมเม้น แบบว่า พอเปิดเทอม งานมันก็ถาโถมมาใส่น่ะพี่น้อง ...!!!
DHWA มาแล้ว แม้จะไม่ตรงกับคอนเซ็ป แต่ไอ้นี่แว็บมาในหัวสมองตอนนี้ของนิยะพอดี (จริงๆแล้วมันควรจะยาวกกว่านี้ แต่โดนไวรัส L.A.Z.Y เล่นงานนะ ฮา)
ต้องกลับไปอ่านหนังสือต่อแล้ว ไปก่อนนะจร้า บ๊ายบาย ♥♥♥


マルセル デ バンプス Marcel de Vamps: 「Dear Girl ~Stories~」